กล้องแอบถ่าย, เครื่องบันทึกเสียง, เครื่องดักฟัง

อาหารเสริมเซ็ก, โปรแกรมดักฟังมือถือ, เครื่องดักฟัง

Wednesday, May 28, 2014

การรักษาสุขภาพทางเพศ

การรักษาสุขภาพทางเพศ

เมื่อมีเพศสัมพันธ์
1.     ทำความสะอาดอวัยวะเพศก่อนมีเพศสัมพันธ์
2.     ควรให้ฝ่ายชายสวมถุงยางอนามัยทุกครั้ง เพื่อป้องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และยังช่วยให้ช่องคลอดไม่หมักหมมจากน้ำอสุจิที่ตกค้างอยู่ ลดโอกาสการติดเชื้อโรคต่างๆ
การทำความสะอาดที่ถูกต้อง เมื่อหลังปัสสาวะควรใช้กระดาษชำระซับบริเวณอวัยวะเพศเบาๆ หรือหลังอุจจาระทุกครั้ง ควรใช้กระดาษชำระเช็ดจากบริเวณด้านหน้าไปด้านหลัง เพื่อป้องกันการติดเชื้อจากอุจจาระ การเข้าห้องน้ำสาธารณะไม่ควรใช้สายยางฉีดน้ำทำความสะอาด ใช้เพียงกระดาษชำระซับ กลับถึงบ้านจึงค่อยล้างทำความสะอาดด้วยสบู่
3.     กรณีที่ใช้เจลหล่อลื่น หลังเสร็จกิจควรล้างเจลหล่อหลื่นออกให้หมด ด้วยน้ำสะอาด
หมั่นสังเกตอวัยวะเพศของตัวเอง
  เพศหญิง
หากมีอาการดังต่อไปนี้ ควรไปพบแพทย์ ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ เพราะอาจทำให้เชื้อโรคลุกลามได้
1.     ตกขาวมากผิดปกติ
2.     ตกขาวมีกลิ่นเหม็น สีเปลี่ยนไป
3.     คันที่อวัยวะเพศ
4.     ปัสสาวะปวดแสบ
5.     มีตุ่มใส/จุด/แผลที่อวัยวะเพศ
6.     รู้สึกเจ็บเมื่อมีเพศสัมพันธ์
7.     ปวดท้องน้อยมาก โดยไม่ใช่อา่การประจำเดือนตามปกติ ไม่ควรซื้อยากินหรือยาเหน็บเองเมื่อมีอาการผิดปกติ เพราะอาจรักษาไม่ตรงกับโรคที่เป็นอยู่และรักษาไม่หายขาด
  เพศชาย
หากมีอาการดังต่อไปนี้ ควรไปพบแพทย์ ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ อาจทำให้เชื้อโรคลุกลามได้
1.     มีน้ำหนองไหล
2.     มีอาการบวม
3.     รู้สึกคัน
4.     ปัสสาวะแสบขัด หรือปัสสาวะบ่อย
5.     น้ำปัสสาวะขุ่นหรือมีสีผิดปกติ
6.     มีเนื้องอก
7.     รู้สึกเจ็บเมื่อมีเพศสัมพันธ์
สุขภาวะอนามัยทางเพศ
คือการดูแลรักษาสุขอนามัยของอวัยวะเพศ ทั้งในเพศหญิงและเพศชาย ซึ่งมีข้อแตกต่างกัน การทำความเข้าใจและเรียนรู้ เรื่องการดูแลตามสรีระทางเพศที่แตกต่างกันจึงมีความสำคัญมากที่จะทำให้อวัยวะเพศส่วนนี้สะอาดและปราศจากโรคติดต่อใดๆ ดังนั้นการรักษาอวัยวะเพศ จึงมีความสำคัญมาก เพราะบริเวณอวัยวะเพศมีขน ช่อง ร่องและหนังบางส่วน ปกคลุมอยู่ รวมทั้งยังอยู่ใกล้ช่องปัสสาวะและทวารหนัก ทำให้อาจเปรอะเปื้อนและติดเชื้อได้ง่าย
  การดูแลอวัยวะเพศหญิง
การทำความสะอาดอวัยวะเพศ
1.     ทำความสะอาดขณะอาบน้ำ โดยใช้น้ำธรรมดาและสบู่
2.     ไม่ควรสวนล้างช่องคลอด โดยใช้น้ำหรือน้ำยาฆ่าเชื้ออย่างเด็ดขาด เพราะทำให้สภาพแวดล้อมภายในช่องคลอดเปลี่ยนไป จนอาจเกิดการติดเชื้อได้ง่ายขึ้น
3.     หลังทำความสะอาดแล้ว ควรซับด้วยผ้าฝ้ายและตากผ้าให้แห้งจะได้ไม่อับชื้น
4.     ขนอ่อนๆ ที่หัวเหน่าจะช่วยป้องกันกลิ่นของอวัยวะเำพศ ไม่ควรถอนทิ้ง โกน หรือย้อมสี แต่สามารถเล็มตัดแต่งให้สวยงามได้
5.     เมื่อใช้ห้องน้ำสาธารณะ หลีกเลี่ยงการใช้น้ำฉีดทำความสะอาดหลังปัสสาวะ แต่ให้ใช้กระดาษชำระซับให้แห้ง
6.     การทำความสะอาดทวารหนัก ควรใช้กระดาษทิชชูเช็ดจากหน้าไปหลังเพื่อป้องกันการเปรอะเปื้อนที่อวัยวะเพศ
7.     ควรหลีกเลี่ยงการใช้ผ้าอนามัยแบบสอด เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองติดเชื้อ
  การดูแลอวัยวะเพศชาย
การทำความสะอาดอวัยวะเพศ
1.     ทุกครั้งที่อาบน้ำต้องปลิ้นหนังหุ้มปลายออกมาเพื่อทำความสะอาด ชำระคราบไคลที่หมักหมม อยู่ภายใต้หนังหุ้มปลายออกหรือที่เรียกว่า "ขี้เปียก" ซึ่งเป็นขี้ไคลที่เปียก เป็นสิ่งที่ก่อมะเร็งปากมดลูกในคู่นอนได้
2.     ปัสสาวะควรถ่ายจนหมด จะได้ไม่หมักหมม ก่อให้เกิดเชื้อแบคทีเรียได้
3.     หลังทำความสะอาดแล้ว ควรซับด้วยผ้าฝ้าย และตากผ้าให้แห้งจะได้ไม่อับชื้น
4.     ขนอ่อนๆ ที่หัวเหน่า ช่วยป้องกันกลิ่นอวัยวะเพศ ไม่ควรถอนทิ้ง โกนหรือย้อมสี แต่สามารถเล็มตัดแต่งให้สวยงามได้
5.     ไม่ใช้กางเกงใน กางเกง ผ้าเช็ดตัว ผ้าขาวม้า ปะปนกับคนอื่น เพราะอาจทำให้เราติดเชื้อได้

No comments: