กล้องแอบถ่าย, เครื่องบันทึกเสียง, เครื่องดักฟัง

อาหารเสริมเซ็ก, โปรแกรมดักฟังมือถือ, เครื่องดักฟัง

Wednesday, May 28, 2014

สุขภาพทางเพศของผู้หญิง/Dr.DEN Sexociety by ASTVผู้จัดการออนไลน์

สุขภาพทางเพศของผู้หญิง/Dr.DEN Sexociety
ASTVผู้จัดการออนไลน์

คอลัมน์ Sexociety โดย Dr.DEN
สุขภาพทางเพศของผู้หญิง/Dr.DEN Sexociety
       ยาคุมทำให้เซ็กซ์เสื่อมได้
      
       
มีข้อพิสูจน์ของปรากฏการณ์หนึ่งมาหลายรายแล้วว่า ผู้หญิงบางคนที่ใช้ยาคุมกำเนิดด้วยการกิน (ก็ยาเม็ดคุมกำเนิดที่มีฮอร์โมนเพศหญิงผสมอยู่น่ะแหละ) นั้น มีระดับความปรารถนาทางเพศต่ำกว่าผู้หญิงที่คุมกำเนิดด้วยถุงยางอนามัยหรือผู้ที่ไม่ได้คุมกำเนิดเลย
      
       
จากการศึกษาอย่างกว้างขวางพบว่า ความเฉื่อยชาทางอารมณ์เพศมีความเชื่อมโยงกับยาเม็ดคุมกำเนิดจริงๆ แม้ว่าบรรดานักวิจัยจะยอมรับว่า จำเป็นต้องมีการศึกษาต่อไปเพื่อทำความเข้าใจว่าทำไมยาเม็ดคุมกำเนิดจึงส่งผลกระทบดังกล่าวนี้ต่อผู้หญิงบางคน แต่ไม่ใช่ทุกคนก็ตาม
      
       
ทฤษฎีหนึ่งก็คือ ยาเม็ดคุมกำเนิดเป็นตัวลดระดับเทสโทสเตอโรน (Testosterone) อันเป็นฮอร์โมนเพศชายที่มีอยู่ในตัวผู้หญิงตามธรรมชาติ ซึ่งเชื่อกันว่ามันมีบทบาทในการกระตุ้นพลังขับดันทางเพศของคุณผู้หญิงนั่นเอง
      
       
ดังนั้น ถ้าคุณกำลังใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดอย่างต่อเนื่องอยู่ และพบว่าอารมณ์เพศของคุณเริ่มเหี่ยวเฉาลงเรื่อยๆ ก็น่าจะลองเปลี่ยนไปใช้การคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่นดูบ้าง เช่น ถุงยางอนามัยสำหรับคุณผู้ชายของคุณ มันป้องกันได้ทั้งมารหัวขนและกามโรคทุกชนิด หรืออาจใช้ยาฉีดคุมกำเนิด (เข็มเดียวคุมได้หลายเดือน) ก็ยังได้ถ้าไม่ชอบใช้ถุงยาง
      
       
ปัญหาของรอบเดือน
      
       
มีปัญหาเชาว์ชวนโดนตบอยู่ข้อหนึ่งว่า “อะไรเอ่ยเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวที่สุด ขนาดเลือดไหล ไม่หยุดติดต่อกัน 4 - 5 วัน ยังไม่ตายเลย”
      
       
คำตอบก็คือ ผู้หญิง ครับ ไม่ใช่เสือ สิงห์ กระทิง แรด ที่ไหนหรอก
      
       
แม้ว่าคุณผู้หญิงทั้งหลายต้องเผชิญกับการมีประจำเดือนอยู่ทุกเดือนก็ตาม แต่มันก็ยังคงมีความเร้นลับบางอย่างสำหรับคุณอยู่ เช่น
      
       
-ถ้าฉันกำลังมีรอบเดือน ฉันตั้งครรภ์ไม่ได้ใช่ไหม?
      
       
ในทางเทคนิค ไม่ท้องครับ แต่ผู้หญิงบางคนมีการตกเลือดในสัปดาห์แรกๆ หลังการตั้งครรภ์ และเข้าใจผิดว่านั่นคือ รอบเดือนของเธอ ก็เลยคิดว่าไม่ท้องแน่นอน ทั้งๆ ที่ท้องไปแล้ว วิธีเดียวที่จะรู้ว่าท้องหรือไม่ ก็คือไปตรวจครรภ์ซะ ที่โรงพยาบาล คลินิก หรือด้วยอุปกรณ์ตรวจการตั้งครรภ์ด้วยตนเอง ก็ได้ทั้งนั้น
      
       
-ของเหลวสีน้ำตาลที่ไหลออกมาหลังจากประจำเดือนของฉันหยุดแล้ว คืออะไร?
      
       
มันก็คือ เลือดเก่าที่ตกค้างอยู่ บางครั้งมันใช้เวลา 2-3 วัน กว่าจะหาทางออกจากช่องคลอดของคุณได้ ไม่ต้องตกใจครับ เป็นเรื่องปกติที่อาจเกิดขึ้นได้กับผู้หญิงทุกคน
      
       
-พักหลังๆ นี่รอบเดือนของฉันมามากเหลือเกิน ฉันควรกังวลกับมันไหม?
      
       
ถ้ามันมามากอย่างผิดสังเกต และ/หรือ กินเวลานานกว่าปกติหลายวันในระยะ 2-3 เดือน ติดต่อกัน มันก็อาจเนื่องมาจากคุณมีเนื้องอก (Fibroids) ในมดลูกที่โตขึ้นเล็กน้อย ไปให้หมอตรวจซะ แต่โดยปกติแล้วมันไม่มีอันตรายใดๆ
      
       
สุขอนามัยของช่องคลอดเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับผู้หญิงทุกคนที่ต้องดูแลรักษาให้ดีที่สุด ทั้งในยามปกติ และยามสงคราม (ใต้สะดือ)
      
       
มีข้อแนะนำว่า ให้ละเว้นน้ำยาชะล้าง สเปรย์ และผงแป้งทุกชนิดที่วางขายบนหิ้งในร้านสะดวกซื้อทั้งหลาย สิ่งที่คุณจำเป็นต้องใช้เพื่อรักษาความสะอาดอวัยวะส่วนตั๊วส่วนตัวของคุณก็คือ สบู่เด็กอ่อนและน้ำสะอาดเท่านั้น
สุขภาพทางเพศของผู้หญิง/Dr.DEN Sexociety
       นั่นคือในยามปกติ ส่วนในยามออกศึก(สวาท) ก็มักมีปัญหาหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นได้ คือ
      
       
>ช่องคลอดของฉันปวดแสบปวดร้อนหลังมีเซ็กซ์ มันเป็นเพราะน้ำอสุจิของสามีของฉันได้ไหม?
      
       
เคสนี้หายากนะ แต่ผู้หญิงก็สามารถติดเชื้อจากน้ำกามของผู้ชายได้ หมายถึงว่าเมื่อผู้ชายของคุณหลั่งน้ำกามสัมผัสกับช่องคลอดของคุณ มันจะทำให้เกิดการอักเสบและปวดแสบปวดร้อนอย่างที่คุณว่า
      
       
แต่สาเหตุที่น่าจะเป็นมากกว่าก็คือ ช่องคลอดของคุณไม่ได้รับการหล่อลื่นอย่างเต็มที่ เมื่อผู้ชายของคุณสอดใส่ จึงทำให้มีการเสียดสีมากเกินไปจนช่องคลอดของคุณถลอกเล็กน้อย และคุณก็จะปวดแสบปวดร้อนในทันทีที่เขาบรรลุจุดสุดยอด
      
       
วิธีการแก้ไขก็คือ ให้เขารอจนกว่าคุณจะถูกปลุกเร้าอย่างเต็มที่ จึงค่อยสอดใส่เพราะตอนนั้นสารหล่อลื่นในช่องคลอดของคุณหลั่งออกมาพอสมควรแล้ว และถ้าจะให้แน่ใจก็ควรใช้เจลหล่อลื่นมากๆ เพื่อช่วยอีกทางหนึ่ง
      
       
ถ้าทำอย่างนี้แล้ว คุณยังไม่บรรเทาความปวดแสบปวดร้อน ก็ไปพบสูตินรีแพทย์ของคุณ หมอสามารถตรวจอาการผิดปกติของผิวหนังช่องคลอดของคุณ ซึ่งเป็นเคสที่แม้จะพบได้ยากแต่ก็รักษาได้ครับ

No comments: